วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สะพายเป้เที่ยวเนปาล (Nepal) ตอนที่ 3 เมื่อเราจะไปเทค (ดึ้ง ดึ้ง ดึง ดึง) ไป trek ต่างหากหล่ะ

ทริปนี้อยากบอกว่า  พี่สาวหน้าแขกนำน้องสาวไป trekking  แต่บังเอิญว่า ... น้องสาวผู้น่ารักไม่เคยแม้แต่จะหาข้อมูลว่าการ  trekking คืออะไร
“ พี่พาไป ... หนูก็ไป  อืมมม ... เดินป่าเหรอคะ ... โอเคค่ะ เดินก็เดิน ”
นั่นคือคำตอบที่ทำให้พี่สาวพาน้องสาวมา trekking  ครั้งนี้ โฮะๆๆๆ ... อยากกลับไปตอบใหม่อีกครั้งจัง
การเดินป่า หรือ trekking  ครั้งนี้เราไปดูยอดเขาเอเวอร์เรส  ห๊ะ!!!  เอเวอร์เรสสสสจริงเหรอ?????  น้องสาวเริ่มตื่นเต้น ... หุหุ เรามาดูยอดเขาเอเวอร์เรส  การเดินทางเพื่อไปชมเทือกเขาเอเวอร์เรส  เราเดินทางออกจากกาฐมาณฑุ(Kathmandu)ไปยังเมืองโพคารา(Pokhara) แล้วเดินทางต่อไปยังนายาพูล(Nayapul)  ซึ่งที่นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ trekking ค่ะ
  



สี่สาวสะพายเป้เดินไปขึ้นรถบัส ... ลองสังเกตกระเป๋าของเพื่อนของเราคนสุดท้ายนะคะ
กระเป๋าอาจจะดูใบใหญ่ไปนิสสสสสนุงงงง  เพราะเครื่องสำอาง  อุ๊ยยยยไม่ใช่ค่ะ ... เค้าเตรียมขนม ลูกอม สมุดปากกาไปฝากเด็ก ๆ บนเขาต่างหากนะ คริคริ
เราตื่นเต้นกันมากกับการขึ้นรถโดยสารที่เนปาลมาก(กลัวตกรถค่ะ) ไม่ได้ถ่ายภาพไว้เลย  อิอิ... ชมรถโดยสารคันที่สวนทางกับเราแล้วกันนะคะ  รถที่เราไปจะดูหรูหรากว่าเพราะเป็นรถปรับอากาศ  แต่ชมแบบออริจินัลเนปาลดีกว่าได้บรรยากาศกว่าเยอะเลยค่ะ
 


                        รถโดยสารแบบออริจินัลเนปาลค่ะ สีสันสวยงามสะดุดตา

   
  

 

 
บรรยากาศระหว่างการเดินทางจากกาฐมาณฑุไปยังโพคารา
  

 บ้านเรือนที่นี่  ไม่ต้องยึดหลังคาด้วยเทคโนโลยีใด ๆ อาศัยเพียงแรงโน้มถ่วงของโลก น่ารักสุด ๆ
    เราออกเดินจากกาฐมาณฑุถึงโพคาราด้วยรถบัสโดยสารใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง  พักโพคารา  1 คืน  เย็นนี้เราไปพายเรือที่ทะเลสาบเฟวาสุดแสนจะโรแมนติกกันนะคะ ทะเลสาบเฟวาถ้ามาเป็นคู่จะโรแมนติกมาก ๆ  และวันนี้เราก็มาเป็นคู่เช่นกัน ... สี่สาวที่ 2 หารลงตัวเราเรียกว่า “คู่” คริคริค่ะ
  





พายเรือเมื่อยแล้ว  เอ๊ะ!!! ชั่วโมงเช่าเรือหมดต่างหาก ณ ทะเลสาบเฟวา
  

           หลังจากการสูญเสียพลังงานในการพายเรือ  ทั้งสี่สาวมาเติมพลังงานด้วยอาหารที่มีชื่อว่า “เฉ่าเมี้ยน” ฟังดูแล้วคล้าย ๆ อาหารจีนเลยนะคะ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอาหารบ้านเมืองของชาวเนปาลรึเปล่า อร่อยดีค่ะ แล้วตามด้วยของว่างปานี ปุริ  อืมมม ... ก็อร่อยอีกเช่นกัน อิอิ ... มีอะไรไม่อร่อยบ้างนะ????
การเดินทางในครั้งนี้เรามีเพื่อนใหม่  2 คน  จาก 4 สาว ก็มี 2 หนุ่มมาเพิ่มเติมเพื่อดูแลเรา  อิอิ ... จะดูแลเราไหวอ๊ะป่าวน๊อออออ  ขอแนะนำ 2 หนุ่มที่มาดูแลเรานะคะ


หนุ่มคนแรก  เค้ามีนามว่า “จันดา” ขอเรียกแบบจำง่ายๆว่า “จันดารา” นะคะ คริคริ  เป็นไกด์นำทางให้เราในครั้งนี้  การเดินป่าครั้งนี้เราติดต่อไกด์ท้องถิ่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ไปกับเราด้วยค่ะ  ทั้งเส้นทางและภาษายังไงก็ต้อง “จันดารา” คนนี้ค่ะ


หนุ่มคนที่สอง  นามว่า “ราจ” หนุ่มน้อยไฟแรง  ครั้งนี้มีหน้าที่หอบและหาบสัมภาระของเราขึ้นเขา ช่วงแรกหาบสัมภาระและช่วงหลังอาจจะได้หาบป้า ๆ ขึ้นและลงเขา อาจมีปฐมพยาบาลเบื้องต้น  ปั๊มหัวใจ ผายปอด หุหุ  ราจพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ  เค้าพูดภาษาเนปาล  แต่จะบอกว่ามันไม่ใช่ปัญหาหรอกนะคะ  เพราะเราทั้งหมดต่างคุยกัน “ภาษากาย” และ “ภาษามือ” นั่นเอง  
คืนนี้จันดาเริ่มทำหน้าที่ไกด์แนะนำอุปกรณ์ที่เราควรมีนั่นก็คือ แท่น แท้น แท๊นนนนน
   
“ไม้เท้ากายสิทธิ์” ใช้ค้ำยันตัวเราเวลาเดินขึ้นเขา บางคนใช้ 1 คัน  บางคนใช้ 1 คู่  แต่เราเช่ามาคนละ 1 คัน  เพราะเราประหยัดนั่นเอง (ดรัมเมเยอร์ ... อุ๊ย ...พรีเซนเตอร์ไม้เท้าคร๊า)
 
 


“ยาฆ่าเชื้อในน้ำ” โอ๊ะโอ ... ไม่เคยเห็น  เราซื้อไป 2 กล่องค่ะ  งบประมาณในการเดินทางของเราจำกัด  อิอิ ... เรามีตังค์น้อยมากกว่า  เราจึงต้องพึ่งยาฆ่าเชื้อในน้ำค่ะ  เราเดินป่าอาจต้องดื่มน้ำตลอดเส้นทาง  ซึ่งระหว่างทางน้ำดื่มจะราคาแพงมากเนื่องจากการขนส่งที่ลำบาก
เมื่ออุปกรณ์ครบแล้ว จันดาสำรวจความเรียบร้อย  เราทั้งหกคนเข้านอนพักผ่อน พรุ่งนี้เตรียมออกเดินทางแต่เช้าไป trek กันค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น