เพราะเรามาด้วยกันทั้งหมด 6 คน ขอเหมาแท็กซี่จากโพคารามาส่งยังนายาพูลค่ะ ขึ้นรถบัส 6 คน รวมแล้วเหมาแท็กซี่ดีกว่า
บรรยากาศระหว่างการเดินทาง
ว้าววววว บ้านเราสู้ไม่ได้เลยค่ะ ... รถติดแก๊ส โฮะ ๆๆๆๆๆ
นั่น ๆๆๆๆๆๆๆ เอเวอร์เรส ใช่ ๆ เอเวอร์เรสจริง ๆ ด้วย เอเวอร์เรสส (ลากเสียงยาว ไม่เคยเห็น)
ถึงนายาพูล(Nayapul) จุดเริ่มต้นของการ trekking เราลงทะเบียนและจ่ายค่าบัตรเพื่อ trekking ตามเส้นทางที่วางแผนไว้ ระยะเวลาในการ trekking 5 วัน เพื่อไปดูเทือกเขาเอเวอร์เรสทั้งลูก ณ จุดชมวิวพูลฮิล(Poon hill)
ถึงนายาพูล(Nayapul) จุดเริ่มต้นของการ trekking เราลงทะเบียนและจ่ายค่าบัตรเพื่อ trekking ตามเส้นทางที่วางแผนไว้ ระยะเวลาในการ trekking 5 วัน เพื่อไปดูเทือกเขาเอเวอร์เรสทั้งลูก ณ จุดชมวิวพูลฮิล(Poon hill)
เส้นทางของการ trekking
สีฟ้า : นายาพูล(Nayapul) - อุลเลรี(Ulleri)
สีเหลือง : อุลเลรี(Ulleri) - กอเรปานี(Ghorepani)
สีขาว : กอเรปานี(Ghorepani) - ทาดาปานี (Tadapani)
สีแดง : ทาดาปานี (Tadapani) - จินู(Jhinu)
สีม่วง : จินู(Jhinu) - นายาพูล(Nayapul)
สีเหลือง : อุลเลรี(Ulleri) - กอเรปานี(Ghorepani)
สีขาว : กอเรปานี(Ghorepani) - ทาดาปานี (Tadapani)
สีแดง : ทาดาปานี (Tadapani) - จินู(Jhinu)
สีม่วง : จินู(Jhinu) - นายาพูล(Nayapul)
Trekking แล้วคร๊า ... เราเตรียมพร้อมมาอย่างดีเพื่อได้ชมเอเวอร์เรสสสสสสส หุหุ การ trekking แปลงร่างสาวเนปาลให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที
ปอมาที่นี่เพื่อ trekking ??? trekking คืออะไร อืม ... เดินตามไกด์ไปเรื่อย ๆ แดดร้อน ๆ ทาซันบล็อคยังรื่นเริงค่ะ เดินไปได้ 30 นาที เริ่มมีเสียง ... เราเดินไปไหนกันเหรอคะ??? อีกไกลรึเปล่าคะ??? ทุกคนเริ่มเงียบเสียงและไม่มีใครตอบ ซันบล็อกละลายไม่เป็นไรทาใหม่ก็ได้ จาก 30 นาทีเวลาก็ล่วงเลยไปเรื่อย ๆ แดดร้อนขึ้น ๆ ผิวขาว ๆ ของเรา ฮือ ๆๆๆๆ เริ่มไม่สนใจซันบล็อกเพราะทาแล้วละลาย ทาก็ละลาย และเราต้องเดินตากแดดไปอีก 7 ชั่วโมง จริงเหรอ(เสียงต่ำ)???? คำตอบคือ จริงค่ะ คำตอบคือ เราต้องเดินทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง จากหมู่บ้านนึงไปยังอีกหมู่บ้านนึงเป็นอย่างนี้ตลอดเส้นทางการเดินทาง ที่ระหว่างทางปราศจากบ้านเรือน ผู้คน ร้านค้า ห้องน้ำ ถ้าเราเดินไม่ถึงหมู่บ้านเราก็จะไม่มีที่นอน ฮือ ๆๆๆๆๆๆ อยากร้องไห้เป็นภาษาเนปาล ทุกครั้งที่รู้สึกท้อเพลง ๆ นี้ก็ผุดขึ้นมาทันที .... ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำอะไรที่นี่ ????? แง้ ... หนูอยากกลับบ้าน
แต่นะ ... ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เดินไป เดินไป เหนื่อยไปก็นั่งพัก ช่วงแรกถ่ายภาพกันไม่เว้นแต่ละมุม ต้นไม้เกือบทุกต้นเราถ่ายเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกหมด ไม่นานนักเราถ่ายภาพกันน้อยลง พูดจากกันน้อยลง เหนื่อยมาก ๆ และคนที่แลดูมีความสุขกับการ trekking ที่สุดในทริปนี้คือ ปอเองค่ะ อิอิ ... ปอชอบการ trekking มากกกกกกก(ลากเสียงยาว) เป้าหมายมีไว้พุ่งชนทำให้ปอมองเพียงเส้นทางข้างหน้า โดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลยค่ะ เป้าหมายของทุกลมหายใจคือ รีบ ๆ เดินให้ถึงที่พักไว ๆ ส่วนเพื่อน ๆ ปอ ไม่ค่อยมืออาชีพเรื่องการ trekking กันสักเท่าไร เดินไปถ่ายภาพเดินไปถ่ายภาพ เสียงหัวเราะมีตลอดเส้นทาง ส่วนตัวปอเหรอคะ ... เงียบมาก ทำสมาธิในการ trekking หุหุ ... แง้ ... เค้าคิดถึงบ้าน คิดถึงเมืองไทย คิดถึงเซเว่น คิดถึงโอริโอ้ คิดถึงน้ำเป๊ปซี่เย็น ๆ กับน้ำแข็งเกล็ดหิมะ ฮือ ๆๆๆๆๆ
ระหว่างการเดินทางเราเดิน ๆ พัก ๆ ยิ่ง trek ยิ่งสูง เราต้องค่อย ๆ เดินไปเรื่อย ๆ กำลังใจจากไกด์และลูกหาบท้องถิ่นมีใครเราเสมอค่ะ หลายครั้งที่นั่งพักลงไปลูกหาบหญิงของนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ จะถามและหยอกเราอยู่เสมอ ... r u tried ? มองและหัวเราะหน้าปอด้วย เพราะเราเป็นคนไทยและเรายิ้มง่ายไม่ถือตัว เราจึงเป็นเหมือนของเล่นไว้ให้ลูกหาบเล่นและหยอกเราค่ะ เราก็เฮฮาค่ะ สนุกดี
มีครั้งนึงเรานั่งพัก ปอใช้ไม้เท้ากายสิทธิ์ลากไปบนพื้นดินตัวโต ๆ ว่า “ S.O.S. ” ฝรั่งที่นั่งพักอยู่มองมาเห็นแล้วก็หัวเราะ ใครเดินมาเห็นหน้าเราพร้อมกับคำดังกล่าวก็แอบอมยิ้มไม่ได้ และในขณะนั้นเอง มีเครื่องบินบินผ่านมา ปอลุกขึ้นโบกไม้โบกมือทันที “เหอ ๆ เผื่อเครื่องบินจะร่อนลงเหมือนในหนังค่ะ” เฮ้อออออ ... เดินต่อไป
จากนายาพูล(Nayapul) ถึงอุลเลรี(Ulleri) จากอุลเลรี(Ulleri) ถึงกอเรปานี(Ghorepani) เราเดินเท้า 2 วัน ในที่สุดเราก็ขึ้นไปถึง Poon hill ดีใจมากที่ขึ้นมาถึง ปอขึ้นมากับนักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ๆ แต่ขึ้นถึงคนสุดท้าย ทุก ๆ ก้าวของการเดินขึ้น poon hill รู้สึกเหนื่อยมากทั้ง ๆ ที่เดินใกล้นิดเดียว ความสูงทำให้อากาศเบาบางลง เดินได้สองสามก้าวต้องพัก ขอบคุณเพื่อนออยที่ดูแลกันตลอดค่ะ หากถามว่า poon hill สูงขนาดไหน ขอตอบว่า poon hill อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,210 เมตร ซึ่งจุดสูงสุดของภูชี้ฟ้าบ้านเรามีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,628 เมตร ส่วนจุดสูงสุดของภูกระดึงอยู่ที่ระดับ 1,316 เมตร นั่นเองค่ะ เย้ ๆๆๆๆ ... ปอถึง poon hill แล้วววววววว
เราเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อสัมผัสกับสิ่งนี้ “เทือกเขาเอเวอร์เรส”
“ เอเวอร์เรส เอเวอร์เรส เอเวอร์เรสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ”
ดื่มด่ำกับที่สุดของธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า สัมผัสกับอากาศที่หนาวเหน็บ ทุกคนยืนตัวสั่น ทุกสิ่งที่เห็นเหนือคำบรรยาย ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เห็นเอเวอร์เรส วันนี้เห็นแล้วปลื้มค่ะ ขอบรรยายแทนด้วยภาพนะคะ
หากสังเกตจากภาพจะเห็นว่าเราเตรียมความพร้อมสำหรับการ trekking มากที่สุด เราไม่มีเสื้อกันหนาวขนเป็ด เราไม่มีกางเกงลองจอน เราไม่มีผ้าพันพันคอ เราไม่มีถุงมือ เราไม่มีหมวกไหมพรม เรางัดเอาเสื้อผ้าทุกชิ้นที่หอบขึ้นเขามาใส่ในงานนี้ค่ะ สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็นนะคะ
เพื่อนบางคนริมฝีปากคล้ำ ยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพมือสั่น ๆๆๆๆๆ แต่นั้นคือภาพที่เราทุกคนประทับใจค่ะ สิ่งที่รู้สึกประทับใจอีกสิ่งหนึ่งคือ วันที่เราขึ้นไปบน poon hill ฟ้าปิดค่ะ เรามองเห็นทะเลหมอกและเทือกเขาเอเวอร์เรสแบบลาง ๆ อิอิ ... แอบเซ็งเล็กน้อยค่ะ
ได้เวลาเดินทางต่อแล้วค่ะ จากนี้ไปเราเดินทางลงเขาใช้เวลา 3 วัน จากกอเรปานี(Ghorepani) ไปยังทาดาปานี (Tadapani) ต่อไปยังจินู(Jhinu) และสิ้นสุดที่นายาพูล(Nayapul) จุดเริ่มต้นของเราค่ะ
หมู่บ้านบนภูเขา
พิพิธภัณฑ์บนภูเขา
การเดินทางของเรามีทั้งความสนุกสนานปะปนไปกับความเมื่อยล้า เสียงหัวเราะ เสียงคร่ำครวญทำให้เราจดจำ ทำให้เราได้เห็น ทำให้เราได้ยิน ทำให้เราได้สัมผัสด้วยดวงตาและหัวใจ ถ้าถามฉันว่าฉันเหนื่อยหรือเปล่า คำตอบคือเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่หัวใจชุ่มฉ่ำไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน การช่วยเหลือดูแลกัน สิบกว่าวันที่เราเดินทางในเนปาล ทุกที่ที่เราไปมีมนต์เสน่ห์ตรึงใจเราไม่รู้ลืม ... ว่าที่นี่ลำบาก ... แต่อยากไป
เธอสนุก
เธอเหนื่อย
และเธอหลับค่ะ












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น